พรางสมองก็คิดไปถึงเรื่องครั้งเก่า….ย้อนไปเมื่อ2วันก่อน
หลังจากที่เพลิงพรายยื่นข้อเสนอในการเซนเอกสาร ภาคินก็พาเพลิงพรายมาที่ห้องนอนของเขา “นายจะยั่วฉันใช่ไหม?” ภาคินเอ่ยอย่างรู้ทัน ในขณะที่ตอนนี้เขาตกเป็นเบี้ยล่างของเพลิงพราย “หึ! คนหื่นๆอย่างนาย ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้ด้วยกล แต่ถ้าไม่ได้ด้วยมนต์ คนอย่างนายมันก็ต้องได้ด้วยร่างกายของฉันเนี่ยแหละ” ร่างบางพูดพรางลูบไล้ไปตามแผ่นอกกว้างด้านล่าง ตอนนี้ร่างของเพลิงพรายนั่งอยู่บนหน้าท้องอันแข็งแกร่งของภาคินบนเตียงนุ่ม “งั้นเหรอ? ก็ลองดูซิ คราวนี้พวกเราสองคนจะเล่นกันอย่างแฟร์ๆ ห้ามมีใครใช้ยาอะไรทั้งนั้น ดูซิ… ใครมันจะทนไม่ไหวก่อนกัน ระหว่างคนร่านๆอย่างนาย กับ คนหื่นๆอย่างฉัน” ภาคินพูดแกมประชด ดวงตากลมมองไปที่เขาด้วยดวงตาจิกๆ พรางมือเล็กก็ถอดเสื้อของภาคินและตัวเองออกช้าๆ ถึงแม้ในห้องนี้จะมีเพียงโคมไฟด้วยเล็กๆที่ให้แสงสว่าง แต่มันก็เพียงพอที่จะสะท้อนผิวกายอันขาวเนียนของเพลิงพรายได้ ร่างเล็กซุกหน้าลงที่อกกว้าง เขาพยายามขบเม้นตรงโน่นทีตรงนี้ทีเพื่อให้ภาคินเกิดความเสี่ยวซ่าน แต่ทำยังไงภาคินก็ยังมีสีหน้าเย็นชาเหมือนเดิม ส่วนด้านล่างความนุ่มที่มาจากตัวร่างเล็กพยายามบดครึงตรงส่วนอ่อนไหวของภาคินให้มีอารมณ์ขึ้นไปอีก “อื ออออ!” เพลิงพรายแสร้งครางเสียงหวาน เพื่อเรียกร้องความสนใจ ตอนนี้เนื้อตัวของทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เพียงแต่มีเสื้อผ้าชิ้นน้อยๆมาขว้างกั้นทั้งคู่เอาไว้เท่านั้น “นายมันอ่อนหัด!!” ภาคินเคร้นเสียงแข็ง เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มพรุดพรุยออกมาจากใบหน้า “อือ ออออ…..” เพลิงพรายยังคงบุกหนัก หน้าหวานซุกไซไปที่ซอกคอเนียน ก่อนมือบางจะลูกไล้ไปตามแผงอกว้าง ปากบางขบเม้มไปที่ติ่งหูเบาๆอย่างหยอกเย้า ลิ้นร้อนเลียผ่านใบหูมาอย่างเชื่องช้า จนมาหยุดที่หน้าท้องแบนราบ เพลิงพรายเลียมันวนไปวนมาเพื่อให้ภาคินเกิดอารมณ์ “อือ อออ!” ปากหนาเริ่มครางบ้าง ซึ่งนั้นเรียกความพึงพอใจให้เพลิงพรายเป็นอย่างดี ดวงตากลมส่อแววเจ้าเล่ห์ เขายังคงบดครึงส่วนนั้นของภาคินอย่างหนัก กางเกงสแลกตัวบางที่เขาส่วนใส่อยู่อ่อนไหวง่ายเกินไปกับการกระทำของเพลิงพราย “ยอมแพ้เถอะนายภาคิน แล้วฉันจะแบ่งสมบัติให้นายครึ่งหนึ่ง” เพลิงพรายยื่นข้อเสนอ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับจากภาคิน ดวงตากลมเสมองไปด้านบน เขาเห็นภาคินกัดปากตัวเองแน่นจนเลือดซิบ เพลิงพรายนึกละอายในใจ เขาไม่คิดเลยว่าเงินจะทำให้คนคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างได้ขนาดนี้ เพลิงพรายกดเน้นตัวเองย้ำลงที่ส่วนอ่อนไหวของภาคิน2-3ที “อึ่บๆ” จนเขารู้สึกว่ามันโป่งนูนขึ้นสมใจ เพลิงพรายก็หยุดการกระทำทั้งหมดลงทันที ซึ่งนั้นทำให้ภาคินแปลกใจไม่น้อย ดวงตาดำขลับมองมาอย่างไม่เข้าใจ มันสื่อในทางว่า ‘นายหยุดทำไม? ทำไมไม่ทำต่อ?’ ร่างเล็กที่มีอาการเหนื่อยหอบเล็กน้อยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงต่อหน้าภาคิน “นายนี้มันอดทนเก่งจริงๆ ฉันเริ่มสงสารนายแล้วซิ อ่ะ…ได้ๆ ถือว่านายผ่านบททดสอบอันแรก แต่อันต่อไปถือเป็นการชี้ขาด นายเคยใช้เกมเวลาเล่นกับฉัน วันนี้ฉันก็จะใช่เกมนั้นเล่นกับนายบ้าง ฉันจะจับเวลา10นาที ถ้านายยังอดทนได้ ฉันถือว่านายชนะ แล้วฉันจะเซนโอนสมบัติให้นาย” เพลิงพรายประกาศกร้าว เขาชี้หน้าภาคินอย่างไม่หลงเหลือความเป็นคนรักอีก “ก็เอาสิ! ฉันไม่กลัวอยู่แล้ว” ภาคินหยักคิ้วให้เพลิงพราย ก่อนที่เพลิงพรายจะอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ได้! งั้นเริ่มล่ะนะ!” สิ้นเสียงเพลิงพราย มือบางก็ค่อยๆเลื่อนลูบไล้ตัวเองลงมาช้าๆ จนมาถึงหน้าท้องเนียน เขาลูบไล้มันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำสีหน้ายั่วยวนเร้าร้อนออกมา ภาคินกำมือตัวเองแน่นจนเลือดซิบ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความน่ากลัวและหื่นกาม มือบางเลื่อนต่ำลงมาที่เข็มขัด ก่อนจะค่อยๆปลดมันออกอย่างเชื่องช้า ภาคินมองทุกการกระทำของเพลิงพรายอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนอันไหวนั้นนูนขึ้นเรื่อยๆจนมันแทบจะระเบิดแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ ในที่สุดเข็มขัดก็ถูกดึงออกมานอกเอวบาง มือเล็กนำมันไปผูกคล้องไว้ที่คอของภาคินดังลูกแมวตัวน้อย โดยที่ไม่ลืมว่าตอนใส้มันเขาจะยั่วยวนภาคินโดยการเอาหน้าอกของเขาถูไถไปตามใบหน้าหื่นกามนั้น “เหมียว” เสียงหวานอันเร้าร้อนปะทะที่ใบหูภาคินเบาๆ พร้อมกับลมร้อนที่เพลิงพรายตั้วใจเป่ามันออกไปกระทบใบหูของเขา “นายมันร้ายกาจ” ภาคินพูดพรางอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพลิงพรายยักคิ้วน้อยๆ ก่อนจะยืนเต็มความสูง เขาปลดตะขอกางเกงของตัวเองออก ก่อนมือบางจะค่อยๆรูดซิบลงช้าๆอย่างเย้ายวน ภาคินมองตาค้างอย่างหยดเยิ้มน้ำลายแทบไหล มันลุ้นเสียเกินหัวใจของเขาแทบจะละลายไปตามทุกการเคลื่อนไหวของเพลิงพราย “หึ!” เพลิงพรายกระตุกมุมปากอย่างเหยียดๆ ก่อนจะรูดซิบตัวเองขึ้น ติดตะขอ ซึ่งนั้นทำให้ดวงตาดุจเสือร้ายแปรเปลี่ยนไปในทันที “เอ้ย…ครบ10นาทีแล้วเหรอ?” ภาคินประท้วง ก่อนที่เพลิงพรายจะนั่งลงที่ท้องแกร่ง เขาจับปลายเข็มขัดและดึงคอภาคินขึ้นมา “ยัง! มันยังไม่ครบหรอก ฉันแค่สมเพศนายแค่นั้นเอง ฉันว่ามันคงพอแล้วล่ะ สำหรับการลองใจใครบางคน นายมันก็แค่ผู้ชายเลวๆเห็นแก่เงินคนหนึ่ง ที่ฉันไม่น่ามาหลงรักด้วยซ้ำ หึ! หลังจากวันนี้…ก็ขอให้นายมีความสุขกับกองเงินกองทองของนายล่ะกัน เอ้อ…ไม่สิ! ต้องบอกว่า หลังจากวันนี้นายจะมีความสุข บนกรรมของตัวเอง บนความโลภของตัวเอง หึ! ขอให้โชคดีนะ แล้วก็จำไว้ซะด้วยว่า นายมันเชื้อโรคของสังคม!!” เพลิงพรายสะบัดสายเข็มขัดอย่างแรง จนหัวของภาคินทิ่มลงบนเตียง “หึ!” ภาคินเหยียดยิ้มน้อยๆ ด้านล่างของตัวบ้าน วรรณรสเดินไปเดินมาในห้องรับแขกอย่างกระวนกระวายจนทนายที่อยู่ด้วยต้องนั่งกุมขมับด้วยความเวียนหัว “พอเถอะครับ คุณวิว!! ผมปวดหัว!” “จะพอได้ยังไงเล่า นี่เขา2คนขึ้นกันไปเป็นชั่วโมงๆแล้วนะ หึ…วิวชักจะทนไม่ไหวแล้วนะวิวจะเป็นคนไปตามโน่เอง” “แต่คุณวิว….” ระหว่างที่คุณทนายกำลังจะพูดห้ามวรรณรสก็มีเสียงหวานเสียงหนึ่งดังขึ้น “ไม่ต้องหรอกครับคุณวิว ผมมาแล้ว” เพลิงพรายเอ่ยนำมา ก่อนที่ร่างเล็กๆของเขาจะเดินทางลงมาสู่ภายในห้องรับแขก วรรณรสยิ้มกริ่ม เขาพยายามชะเง้อคอมองหาผู้ชายอีกคนที่เขาคิดถึง “เอ่อ…ถ้าคุณกำลังมองหาคุณภาคินอยู่ล่ะก็ เดี๋ยวเขาก็ลงมาครับ เขาบอกให้ผมลงมาก่อน เพราะผมมีธุระ..ต้องรีบไปทำครับ เออ…ว่าแต่ไหนละครับเอกสารที่ผมต้องเซน” เพลิงพรายพูดพรางพยายามมองไปบนโต๊ะกว้าง สายตาสวยไปปะทะกับซองเอกสารสีน้ำตาล เขาเดินไปเปิดซองออก ไม่อ่านคำกำกับความใดๆทั้งสิ้น มือบางคว้าปากกาด้านสวยแล้วเซนมันลงในจุดที่ต้องเซนทันที “เรียบร้อยแล้วครับ” หลังจากเซนเสร็จเขาก็หยิบกระดาษแผ่นขาวยื่นให้ทนายแก่ ทนายรับมันมาอย่างงงๆ เขาขยับแว่นเล็กน้อยเพ่งตามองไปที่เอกสาร ก่อนจะพยักหน้าเบาๆอย่างพึงพาใจ “เรียบร้อย ขอบคุณครับคุณเพลิงพรายที่ยอมเซนเอกสาร” ทนายกล่าวอย่างสุภาพ ก่อนที่เพลิงพรายจะก้มหน้าลงน้อยๆเพื่อแสดงความขอบคุณเช่นกัน ความจริงแล้วถ้าภาคินจะให้เขาเซนสัญญาเลย เขาก็พร้อมจะเซนให้ทั้งหมด เนื่องจากเขาไม่ยึดติดกับเงิน เขาเป็นคนจนหาเช้ากินค่ำมาตั้งแต่เด็กๆ และถ้าจะจนต่อไปก็คงไม่เป็นไร ดีกว่าต้องมารวยและมีความโลภจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นอย่างภาคินแบบนี้ เพียงแต่ที่เขาทำไปทั้งหมดเป็นเพียงบททดสอบตัวเองเพื่อให้เขาตัดใจจากคนเลวๆอย่างภาคินเท่านั้น และมันก็ได้ผลตอนนี้หัวใจเขาได้แตกสลายไปพร้อมกับความเลวของภาคินแล้ว เพลิงพรายตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับน้องชายตัวเอง เขาจะไปหาเรืองฤทธิ์และพาเรืองฤทธิ์มาอยู่ด้วย ตลอดทางเดินออกจากบ้านเพลิงพรายกำมือแน่น น้ำตาหยดใสๆหยดสุดท้ายที่จะเสียให้ผู้ชายคนนี้ไหลออกมาเป็นทาง เท้าบางที่แทบหมดแรงพยายามก้าวเท้าออกไปนอกบ้านช้าๆ จนในที่สุดเขาก็เดินมาถึงรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน เพลิงพรายก้าวเท้าขึ้นไป พร้อมๆกับสายตาคู่หนึ่งที่มองมาที่เขา ภาคินยืนร้องไห้อยู่หลังม่านริมกระจก ดวงตาคมมองลงมาด้วยความสำนึกผิด เขามองตามรถเก๋งคันเก่าที่เคลื่อนตัวออกจากบ้านไปช้าๆ “ฉันขอโทษ เพลิงพราย ฉันขอโทษ!!” ภาคินพูดเสียงเบา เขากำมือตัวเองแน่น ทุบกระจกบานหนาด้วยความแค้น เขาแค้นตัวเองเหลือเกินที่ทำอะไรออกไปโดยไม่คิด เขาแค้นตัวเองเหลือเกินที่เลวจนไม่น่าให้อภัย เขาแค้นตัวเองเหลือเกินที่ทำให้คนรักของเขาต้องเสียใจ เขาแทบจะเข้าไปกราบขอโทษเพลิงพรายตรงนี้ แต่ติดอยู่ที่คำว่า ‘ศักดิ์ศรี’ ที่มีมากมายเหลือคนานับในตัวของเขา http://writer.dek-d.com/chanajoy/writer/viewlongc.php?id=706159&chapter=31ปากหนาไซ้ซอกคอร่างเล็กอย่างเร้าร้อนและรุนแรง จนคอบางต้องยืดขึ้นรับแรงปรารถนาที่หักห้ามไม่อยู่
“อือ อออ!”
เพลิงพรายครางออกมาอย่างสุขสม มือหนาลูบไล้ไปตามเอวคอดอย่างต้องการจนเอวบางต้องบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน
“ทำเลยได้ไหม อือ ออ! ฉันต้องการนายภาคิน ฉันต้องการนาย!”
เพลิงพรายเค้นเสียงแหบพร่า ก่อนที่มือใหญ่จะเข้าควบคุมแกนกายของเขา ภาคินบีบคลึงมันอย่างสนุกมือ จนร่างเล็กต้องเด้งสะโพกรับตามสัญชาติญาณ
“อือ ออ!! ซี๊ด ดดด….” เพลิงพรายครางอย่างทรมารแต่สุขสม เหงื่อกาฬพรุดพรุยขึ้นที่ใบหน้าหวาน ก่อนที่ภาคินจะใช้ลิ้นร้อนเลียเม็ดเหงื่อบนใบหน้าของเพลิงพรายออกไปจนหมด
“ฉันรักนาย!” ภาคินพูดเสียงเบาข้างหูเพลิงพราย เสียงนั้นดังกึงก้องภายในหูของเขา พร้อมๆกับที่ภาคินเริ่มชักมือที่ครอบคุมแกนกายของเขาขึ้นลงช้าๆ
“อ่ะๆๆๆๆ!” เสียงครางหวานประสานกับจังหวะมือที่ชักขึ้นลง สะโพกบางเด้งรับอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“อือ…เร็ว เร็วอีก!” เพลิงพรายเร่งเร้า ก่อนที่มือหนาจะตอบสนองตามความต้องการของเพลิงพรายจนกระทั่ง
“แพล๊ดด ดดด!! อ้า !!!” น้ำสีขาวขุ่นระเบิดเต็มมือหนา ก่อนที่ภาคินจะยกมือขึ้นมาดูดเลียอย่างเย้าย้วนดังขนมหวานแสนอร่อย เพลิงพรายที่นอนหอบอยู่บนเตียง พยายามขยับตัวให้เข้าที่เข้าทาง
ก่อนที่ภาคินจะจับร่างเล็กยกขึ้นมาวางบนตัก เขาจับมือบางคล้องไว้ที่คอเขาเพื่อกันร่างบางล้มลงไปด้านหลัง แกนกายใหญ่ยักษ์จ่ออยู่ที่บริเวณปากทางสวรรค์ ก่อนที่ภาคินจะยกเอวบางขึ้นเล็กน้อย แล้วจึงปล่อยร่างนั้นลงบนตักทำให้แกนกายของเขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ในตัวของเพลิงพรายพอดิบพอดี
“อ้า!!” ร่างเล็กหลับตาแน่นด้วยความเสียวซ่านแต่เขากลับไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บปวดใดๆทั้งสิ้น เอวบางขยับขึ้นลงตามจังหวะการยกของภาคิน หน้าเล็กเงยขึ้นอย่างเสียวซ่านกับทั้งด้านล่างและด้านบนตรงบริเวณยอดอกชูชันที่ภาคินพยายามขบเม้มและกัดมันอย่างสนุกปาก
“อ่ะๆๆๆ!” ร่างเล็กทั้งร่างสั่นสะเทือนตามแรงยก จนมือบางต้องขยุ้มหัวภาคินไปมาเพื่อระบายอารมณ์ และในที่สุดก็เหมือนมีน้ำสีขาวพรวยพุ่งอยู่ภายในตัวร่างเล็ก ทั้งสองมองหน้ากันแว๊บหนึ่ง ก่อนที่ภาคินจะจับตัวร่างเล็กให้นอนหันหน้าลงกับเตียงแล้วจึงเริ่มบทรักท่าใหม่ที่เร้าร้อนและรุนแรงกว่าเดิม
ร่างใหญ่กระแทกเอวลงที่ตัวร่างเล็กอย่างแรง จนมือบางต้องกำผ้าปูที่นอนแน่น ริมฝีปากขบกัดกันจนเกิดรอยเลือด
“อือ ออ!!!” ยิ่งเพลิงพรายฝืนเสียงครางมากเท่าไหร่ ภาคินก็ยิ่งเด้งตัวย้ำไปที่จุดกระเส่ามากขึ้นเท่านั้น มือหน้าเค้นครึงไปที่แผ่นหลังอย่างเร้าร้อนก่อนที่มือจะลูบไล้ไปตามลำแขนเล็ก จนกระทั้งมือหนาลงไปจับอยู่บนมือเล็ก ภาคินกำมือทั้งสองข้างแน่น ในขณะที่สะโพกยังเด้งตามจังหวะหัวใจของตัวเองอยู่
“แหะๆๆ อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ!!” ทั้งสองหอบหายใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ตอนนี้เพลิงพรายเหมือนได้รับการตอบสนองที่เขาต้องการมาตลอดหลายวัน เขารู้สึกมีความสุขมากขึ้นเพียงได้เห็นคนตรงหน้ายิ้มให้เขาและบอกรักเขา เพียงแค่นี้ก็เหมือนความฝันของเขาเป็นจริงแล้ว
ตอนนี้ภาคินได้อุ้มเพลิงพรายให้หงายหน้าขึ้น ก่อนที่เขาจะยกขาเพลิงพรายมาพาดไว้ที่ลำคอ พร้อมกับก้มลงดูดเม้มแกนกายที่ขยายจนแทบจะระเบิดของเพลิงพรายให้พ้นแรงปรารถนา เสียงดังเจ๊าะแจ๊ะเรียกให้เพลิงพรายต้องเงยหน้าขาวซีดขึ้นอย่างหยุดอารมณ์ไม่ได้ มือใหญ่จิกและข่วนไปตามแผ่นหลังให้เกิดความเสียวซ่านขึ้นไปอีก จนในที่สุดน้ำรักก็ถูกชีดเข้าไปในปากของภาคิน ร่างใหญ่กลืนมันลงไปจนหมด
ในขณะที่ร่างเล็กหลับตาแน่นด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาคมเงยขึ้นมามองร่างเล็ก เขาปาดเหงื่อให้ร่างเล็กเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะนอนเอาปากจ่อกับแกนกายของกันและกัน และเริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาไปพร้อมๆกันอย่างมันปาก และในที่สุดเขาทั้งสองก็มาจบลงในท่าปกติ ภาคินกับเพลิงพรายนอนกอดกลิ้งกันไปมาบนเตียงนุ่ม พร้อมๆกับเสียงบางอย่างที่ลอยมาตามสายลม“ฉันรักนาย!!” และลอยผ่านไปพร้อมกับสติของเพลิงพรายที่ค่อยๆเลือนรางและดับลง
กลับสู่ห้องนอนสีครีมเมื่อครู่ ศุภรุจน์นั่งมองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยร่างกายที่ปิดมิดชิด ไม่มีเสื้อผ้าชิ้นไหนถูกถอดออก ดวงตาคู่นั้นปรายตามองเพลิงพรายด้วยความเศร้าหมอง
“พี่ไม่ขออะไรมาก เพียงแค่ชีวิตนี้ได้เห็นเรือนร่างของพรายซักครั้ง โดยที่พี่ไม่มีสิทธิ์แตะต้องอะไร พี่ก็ยอม…!”
“ภาคิน….อือออ!!”
“หึ!!…นายคงรักเขามากสินะ!”
ศุภรุจน์พูดพร้อมๆกับเสียงครางหวานของเพลิงพรายที่นอนเอาตัวเปล่าเปลือยของตัวเองบดครึงอยู่บนเตียงคนเดียว ก่อนที่เท้าใหญ่จะยันตัวเองขึ้นจากเตียงเขาโยนผ้าเช็ดหน้าไว้ที่ข้างเตียง และเดินจากไปที่ประตูโดยที่ไม่หันกลับมามองร่างเล็กที่กำลังปลุกปล้ำอยู่กับหมอนข้างบนเตียงเลย
อย่าลืมกลับไปเม้นตามลิ้ง»»> http://writer.dek-d.com/chanajoy/writer/viewlongc.php?id=706159&chapter=23
“นายนี้มัน…อุ๊บ!”
คำพูดด่าทอของเขาถูกกลืนลงไปในคอจนหมด ปากหนาบดขยี้ปากบางอย่าเร่าร้อนกลางสระน้ำอันกว้างใหญ่ มือหนาลูบไล้ไปตามร่างเล็กเพื่อสัมผัสเรือนร่างที่เขาปรารถนา
“อือ ออ!”
ร่างเล็กครางเบาๆในลำคอ เขาพยายามจะหยุดภาคินด้วยวิธีเดิมๆแต่ก็กลัวเหลือเกินว่าถ้าเขาปล่อยมือออกจากคอของภาคินตอนนี้เขาจะจมดิ่งลงสู่ก้นสระลึกหรือเปล่า ทั้งสองแลกเปลี่ยนน้ำลายเหนียวๆอย่างเร้าร้อน เพลิงพรายที่กังวลในตอนแรกตอนนี้เขากลับเคลิบเคลิ้มในรสจูบ ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสสัมผัสอันแสนเร่าร้อนจากทั้งปากหนาและมือสากๆที่ลูบคลำเขาไปทั่วร่าง เพลิงพรายปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ร่างกายของเขาก็ต้องการภาคินเหมือนกัน
“นายนี้มันเร่าร้อนจริงๆ!”
ร่างหนาพูดเสียงแหบพร่า ก่อนจะลากลิ้นร้อนไปตามแผงคอขาว เขาขบเม้มอย่างแรงเพื่อทิ้งรอยแสดงความเป็นเจ้าของ
“อืออ ออ!”
หน้าหวานเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเสียวซ่าน สมองเริ่มหยุดการประมวลผล ตอนนี้มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ควบคุมเขาได้ สิ่งนั้นก็คือร่างกายของภาคินนั้นเอง เท้าเล็กขึ้นเกี่ยวที่เอวของร่างหนาเพราะเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะละลายไปกับพื้นน้ำ
ภาคินที่เริ่มรู้สึกอ่อนแรงเช่นกัน พยายามดันตัวเพลิงพรายให้เข้าหาฝั่ง ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่มจนมาถึงทางกลั่นเล็กๆใต้พื้นน้ำที่กลั่นระหว่างสระเด็กและสระผู้ใหญ่ มือหนายกร่างบางขึ้นนั่ง เขาพรมจูบไปทั่วอย่างปรารถนา
“ทำไมฉันต้องรักนาย มันไม่ถูกต้องเลยซักนิด!”
ร่างใหญ่พร่ำเบาๆกับตัวเอง แต่สิ่งนั้นกลับมาถึงหูของเพลิงพราย คิ้วบางขมวดขึ้นท่ามกลางความเสียวซ่าน มือเล็กลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างเพื่อแสดงให้ร่างใหญ่รู้ว่าเขาก็ต้องการเช่นกัน
“นายกับน้องนายมันก็แค่คนที่มาขว้างกลั้นอนาคตอันรุ่งเรืองของฉัน นายมันก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตฉันวุ่นวาย นายต้องได้รับบทลงโทษจากฉันสิ ไม่ใช่ความรัก!”
ภาคินเงยหน้าขึ้นมาพูดกับร่างบาง ดวงตาคู่นั้นดูมีความมุ่งมั่นแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดและไม่เข้าใจ เพลิงพรายที่ไม่เข้าใจในคำพูดของคนตรงหน้า ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงงๆ ก่อนจูบอันร้อนแรงจะขึ้นมาประทับเพื่อให้เขาหยุดคิด ‘นายกำลังจะสื่ออะไรถึงฉัน?’ เพลิงพรายคิดในใจ ทั้งสองจูบกันจนเกือบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ก่อนที่ร่างสูงจะทนแรงราคะที่พุ่งสูงไม่ไหว มือหนาถลกกางเกงเพลิงพรายลงในขณะที่เพลิงพรายกำลังเคลิ้ม กว่าจะมารู้สึกตัวมือใหญ่ก็ครอบครองแกนกายอันใหญ่ยักษ์ของเขาเสียแล้ว
“อือ อออ!”
เพลิงพรายที่สมองหยุดสั่งการไปชั่วขณะครางขึ้นอย่างเสียวซ่านเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามแกนกายเขาเบาๆแต่เร่าร้อน แม้ใต้น้ำจะมีความเย็นแต่มันก็คงสู้กับสัมผัสอันร้อนแรงนี้ไม่ได้
“คราวนี้ฉันจะไม่ทำให้นายเจ็บ ฉันจะปกป้องนายเอง!”
ภาคินพูดเสียงแหบพร่าข้างหูร่างเล็ก ลิ้นร้อนเลียไปที่หลังหูของเพลิงพรายน้อยๆเพื่อปลอบประโลม
“อือ ออ!” เพลิงพรายครางเสียงหวาน เมื่อมือนั้นเริ่มลูบไล้แกนกายเขาดังลูบหัวน้องหมาตัวน้อย
“ครั้งนี้ครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้น!”เพลิงพรายกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าถึงห้ามอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่ได้ผล เมื่อทั้งเขาและภาคินก็มีความต้องการไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน
“จุ๊ๆ! หยุดพูดแบบนี้ซะทีสิจ๊ะที่รัก!” ภาคินพูดเสียงหวาน ก่อนที่เขาจะก้มลงขบเม้มเม็ดสีประทุมอย่างหยอกเย้า
“อือ อออ!”
ร่างเล็กหลับตาแน่น หยดน้ำใสๆไหลปะปนกับหยดน้ำที่เกาะอยู่บนใบหน้า เขารู้สึกผิดเหลือเกิน ผิดกับทั้งตัวเองและคำสัญญาต่างๆนาๆที่เขาได้ให้ไว้กับใครหลายๆคน มือใหญ่ที่หยอกเย้ากับส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กอยู่นานผละออกอย่างเสียดาย เขาเงยหน้าขึ้นมามองร่างเล็กที่กระตุกเล็กน้อยและมองมาที่เขาอย่างไม่เข้าใจ
“มีอะไร?”
ร่างเล็กพูดอย่างสงสัย ก่อนที่ภาคินจะเข้ามากอดร่างเล็กแน่น
“ฉันรักนาย!”
เขาพูดเสียงแผ่วเบาข้างหูเพลิงพราย ซึ่งนั้นเรียกเลือดสีแดงฝาดบนใบหน้าหวานเป็นอย่างดี มือใหญ่จับขาเพลิงพรายขึ้นมาเกี่ยวกับเอว เขาเอนหลังเพลิงพรายไปด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะใช้จังหวะนี้สอดเอาส่วนอ่อนไหวแต่แข็งแรงเข้าไปในร่างกายของร่างเล็ก เพลิงพรายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่คิดว่าสิ่งที่ภาคินสัญญาจะเป็นเรื่องจริง เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับรู้สึกสุขสมและปรารถนามัน
“เจ็บไหม?”
มือใหญ่ลูบผมที่ปกหน้าหวานออกอย่างอ่อนโยน พรางเพลิงพรายก็พยักหน้าเบาๆเพราะเขาไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ปากหนายกยิ้มอย่างพอใจ เขากอดเพลิงพรายไว้แน่นอย่างกลัวว่าร่างบางจะจากเขาไป ก่อนที่สะโพกใหญ่จะขยับตามแรงรัก เขาค่อยๆขยับมันช้าๆและเพิ่มจังหวะไปเรื่อยๆเพื่อลดความเจ็บปวดให้ร่างเล็ก น้ำแสนเยือกเย็นในสระช่วยเพิ่มอุณหภูมิรักให้สูงขึ้น มันสามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงให้ปากทางสวรรค์หล่อเลื่อนพอที่จะแทรกของใหญ่เข้าไปได้
“ฉันจะรักนาย ไม่ว่านายจะเป็นใคร!” ภาคินพูดเสียงแหบพร่า เขาเด้งจังหวะชักนำร่างบางอย่างเร่าร้อนจนเพลิงพรายต้องยกสะโพกตามอย่างอดไม่ได้
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ!”
“ฉันจะไม่ปล่อยนายไป…ฉันจะรั้งนายไว้ไม่ให้นายไปหาพี่รุจอะไรนั้น ไม่ว่านายจะอยากไปแค่ไหนก็ตาม!”
พอคำว่า ‘รุจ’ หลุดออกมาจากปาก อารมณ์โทสะที่หายไปนานก็เริ่มก่อตัวขึ้น ภาคินเด้งจังหวะเร็วเมื่อคิดถึงคำพูดของเพลิงพรายที่ดูถูกเขาไว้เมื่อกี้
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ!”
ทั้งสองประสานเป็น1เดียว เสียงครางหวานดังกึกก้องไปทั่วหาดสวย
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ ใกล้แล้ว!”
ภาคินคำรามและเร่งจังหวะเพิ่มขึ้นเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะถึงจุดสุดยอด
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ!” ร่างบางหลับตาแน่น เงยหน้าขึ้นเพื่อสูดอากาศ ฟันคมกัดริมฝีปากบางจนเลือดเริ่มซิบ
“ฉันรักนาย เพลิงพราย ยย!”
ภาคินคำรามกร้าว ก่อนที่น้ำรักจะถูกฉีดเข้าไปในร่างเพลิงพรายอย่างพรุแตก ร่างบางรู้สึกถึงน้ำอุ่นบ้างเย็นบ้างเข้ามาในร่างกาย ก่อนที่หน้าหวานจะซุกลงที่อกกว้างอย่างเหนื่อยแรง ภาคินจูบหน้าผากเล็กอย่างปลอบประโลม
“ฉันรักนายนะ ถึงฉันจะพูดมาเป็นสิบๆรอบแล้ว แต่ฉันก็อยากให้นายรู้อยู่ดีว่า ถ้าชีวิตนี้นายจากฉันไป ฉันคงอยู่ไม่ได้ เพราะฉันรักนาย รักนายมาก และจะรักไปจนวันตาย!”
ภาคินพูดอย่างจริงใจ เขารู้แล้วล่ะว่าตอนนี้หัวใจและร่างกายของเขาไม่สามารถขาดคนร่างเล็กตรงหน้านี้ได้เลย เขารักเพลิงพรายเกินกว่าจะถอนตัวขึ้น เขารักในสายตาหยิ่งยะโสนั้น เขารักในความดื้อรั้นเป็นเด็กๆของเธอ เขารักในความเจ้าอารมณ์และไม่ยอมใคร สรุปง่ายๆของรักทุกอย่างที่เป็นตัวเธอ และแน่นอนว่าถ้าวันใดวันหนึ่งเขาต้องจากเพลิงพรายไป เขาคงจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปไม่ได้อีก
“ฉันขอโทษในทุกทุกสิ่งที่เคยทำไป!” ภาคินพูดอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะกอดเพลิงพรายไว้แน่น น้ำตาแห่งความดีใจไหลเออดวงตาคู่สวย เพลิงพรายพยายามกัดฟันแน่นเพื่อกลั่นไม่ให้มันไหลออกมา ‘ฉันก็รักนาย’ เพลิงพรายคิด
อีกฝั่งของเกาะสวรรค์ ภูเขาลูกสวยกับต้นไม้เขียวขจีปิดบังชายร่างสูงคนหนึ่งที่เล็งปืนมาทางร่างใหญ่และร่างเล็ก เขามองทั้งคู่มานานตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่มาอยู่ที่นี่ เขาซุ่มหาช่องว่างบางอย่างตามที่เจ้านายสั่ง
“ปัง!”
นิ้วใหญ่กดไกปืนทันทีอย่างไม่รอช้า เขาคิดในใจว่าโอกาสเหมาะๆแบบนี้คงจะหาที่ไหนไม่ได้อีก ลูกปืนเร็วดังแสงวิ่งตรงมาที่หลังเล็กก่อนที่มันจะ
“จึก!”
ร่างบางกระตุกเล็กน้อยเมื่อเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาฝั่งไว้ในร่างกาย หน้าหวานเงยหน้ามองร่างใหญ่ด้วยดวงตาเจ็บปวด
“มีอะไร?”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ดวงตาคมจะเสมองน้ำสีฟ้าใสในสระที่มีสีแดงระรื่นปนมาจนน้ำเกือบจะกลายเป็นสีดำ ดวงตาคมเบิกกว้างทันที พรางมือหนาก็คลำไปถูกน้ำอุ่นๆอะไรบางอย่างที่ด้านหลัง เขาผละตัวออกจากร่างเล็ก มือหนาที่ดึงมาพร้อมกันชุ่มไปด้วยน้ำอุ่นๆสีแดงสด
“ละ..เลือด!” ร่างหนาเบิกตากว้าง ก่อนมือใหญ่จะเอื้อมไปจับร่างบางที่ตอนนี้กึ่งหลับกึ่งตื่น
“พราย พราย พราย!” เขาเขย่าตัวเธออย่างบ้าครั่งและขาดสติ
“พราย พรายตื่นสิ พราย!!!!!!” เสียงใหญ่ตะโกนดังกึกก้องไปทั่วหาด ดดด!
อย่าลืมกลับไปเม้นตามลิ้ง»> http://writer.dek-d.com/chanajoy/writer/viewlongc.php?id=706159&chapter=21
มือใหญ่ของภาคินประ ครองหน้าเล็กให้หันมาและประกบจูบอย่างอ่อนโยน ลิ้นเรียวทั้งสองแลกเปลี่ยนน้ำลายและความหอมหวานกันอย่างชำนาญ จูบครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพลิงพรายสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและความรักที่ภาคินส่งมาให้จนเขาแทบจะหลอม ละลายลงไปกับรสจูบแสนสะท้าน
“อือ อออ!”
เพลิงพรายครางอย่างเคลิบเคลิ้ม มือบางที่เมื่อกี้ปัดไป่ไปตามร่างกายภาคิน ตอนนี้มันได้อัตทานมาอยู่ที่คอของร่างสูงแล้ว
“ฉันเริ่มอดใจไม่ไหวซะแล้วสิ”
เพลิงพรายยกยิ้มขำๆให้ กับคำพูดของร่างสูง ลิ้นเรียวไล่ลงมาตามแผงคอระแหง มือใหญ่ดึงเสื้อของเพลิงพรายให้ขาดออกอย่างไม่ใยดี ดวงหน้าเล็กกระตุกวูบเล็กน้อย ก่อนสมองจะเริ่มขาวโพลงด้วยอารมณ์ราคะที่พุ่งสูงขึ้นบวกกับความเสียวซ่านของ ลิ้นร้อน ปากหนาพรมจูบไปทั่วตัว ทั้งขบทั้งเม้มให้เกิดรอยสีแดงช้ำกลีบกุหลาบ
“อือ อออ!”
“บอกรักฉันสินายเพลิงพราย”
ปากหนาพูดทั้งๆที่กำลังขบเม้มเม็ดทับทิมสีหวาน
“มะ…อือ! ไม่มีทาง อือ ออ!”
เพลิงพรายที่ยังมีสติ เลือนลางพูดด้วยความเสียวซ่าน ฟันคมขบเม้มปากตัวเองจนเลือดซิบ เรือนร่างเล็กบิดตัวเร้าอย่างเร่าร้อนซึ่งยิ่งร่างบางขยับตัวมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งไปเพิ่มความร้อนแรงให้กับของแกร่งที่เริ่มขยายตัวมากเท่านั้น จนภาคินรู้สึกเจ็บปวดและทรมาน
ลิ้นร้อนไล่เลี่ยไปตาม หน้าท้องขาวเนียนอย่างชำนาญ ก่อนมือหนาจะเริ่มเคร้นครึงไปตามแผ่นหลังเนียน มันไล่ลงมาเรื่อยๆจะถึงกางเกงผ้าร่มตัวบาง ภาคินรอจังหวะที่พอดี ก่อนจะแทรกมือลงไปที่จุดอ่อนไหวของร่างเล็ก เพลิงพรายเบิกตาโพลงสมองสั่งการณ์ให้เขาหยุดการกระทำทั้งหมด ร่างเล็กเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัว
“เฮ้ย..จะทำอะไร?”
เพลิงพรายมองตาขวาง เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกหักหลัง
“ก็ยัวยวนไง ในเงื่อนไขนายบอกไว้เองไม่ใช่เหรอว่าห้ามไอ่นั้นของฉันเข้าไปในตัวนาย แต่นี้มันมือไง เข้าได้..”
ภาคินพูดด้วยน้ำ เสียงกวนประสาท ดวงตากลมเริ่มรู้สึกผิดต่อตัวเองที่เสียรู้ให้คนอย่างภาคิน มือเล็กกำแน่นด้วยความโกรธ ใบหน้าหวานเริ่มแดงกล่ำ ร่างบางเริ่มสั่นสะท้าน
“สารเลว!”
เพลิงพรายกลั่นกรองเสียงผ่านไรฟัน ก่อนปากหนาจะก้มลงจูบที่หัวไหล่ของเพลิงพรายอย่างแผ่วเบา
“ถอยไปห่างๆเลยไอ่คน เจ้าเล่ห์ ฉันว่าแล้วว่านายจะต้องมีแผน พอๆเลิกๆฉันไม่เล่นเกมบ้าๆอะไรนี่แล้ว” มือเล็กเริ่มปัดไป่ไปมาอย่างเอาเรื่อง
“หึหึ…งั้นก็แสดงว่านาย…”
“ไม่…ฉันไม่แพ้” ร่างเล็กรู้ดีว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไร ปากบางจึงรีบชิงพูดก่อน
“งั้นถ้านายไม่แพ้ พวกเราก็ต้องมาเล่นเกมนี้กันต่อให้จบ นี่มันก็ผ่านไปแล้ว…” ดวงตาดำเสมองมาที่หน้าปักนาฬิกาแวบหนึ่ง 19.19
“4นาที เหลืออีก11นาทีเท่านั้น.. นายจะทนไม่ได้เลยเหรอ?”
ร่างเล็กหลุบตาต่ำ สมองที่ขาวโพลงไปนานเริ่มคิดหนักอีกครั้ง
“อือ…เงียบ! แสดงว่านายกลัวและต้องการฉันจริงๆ เพราะฉะนั้นนายก็…”
“ได้! ทำต่อสิ” ร่างเล็กประกาศกร้าวดวงตากลมจับจ้องไปในดวงตาดำอย่างไม่เกรงกลัว ผิดกลับหัวใจข้างในที่ตอนนี้เริ่มเต้นถี่ด้วยอารมณ์โกรธและตื่นกลัว
“หึ! อย่างนี้ซิค่อยน่ารักน่าเอ็นดูหน่อย” ภาคินยื่นมือลูบผมยุ่งเหยิงของเพลิงพราย
“นั้นมันก็แค่เกม เมื่อเล่นจบแล้วฉันกับนายก็แค่ทำตามในเงื่อนไขของแต่ล่ะฝ่าย”
เพลิงพรายกล่าวเสียงแข็ง พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกหวิวไหวยามถูกเขาสัมผัส
“งั้นเหรอ” ภาคินกระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างหู ก่อนที่มือหนาจะแทรกเข้าไปทักทายจุดบอบบางอ่อนไหวของเพลิงพราย
“อ่ะ!” เพลิงพรายครางด้วยความตื่นตระหนก ความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าควบคุมร่างกายเขาราวกับฟ้าผ่าจนตัวเธอบิดเร่า เนื้อตัวสั่นสะท้าน
“อยู่ที่นี่มีเพียงเรา2คน นายจะครางดังเท่าไหร่ก็ได้ หรือแม้แต่จะตะโกนบอกรักฉันออกมาดังๆก็ได้”
ภาคินกล่าวเตือนและก็ไม่ลืมที่จะพูดกล่อมคนตรงหน้าให้คล้อยตาม
“ไม่!” เพลิงพรายกัดริมฝีปากแน่น พยายามปัดมือใหญ่ออก แต่ผู้ชายคนนี้แรงเยอะเกินไปจนเธอไม่มีปัญญาขัดขืน ความสุขสมแล่นจู่โจมเหมือนลูกคลื่นอันบ้าคลั่งจนเธอหมดสิ้นเรี่ยวแรง เมื่อเขายิ่งพรมนิ้ว เพลิงพรายก็ได้แต่ครวญครางอย่างสุขสมปนทรมาน ภาคินสูดหายใจลึก เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์และหักห้ามใจไม่ให้พลิกตัวนอนทับเขาเดี๋ยวนี้
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ!”
“โตโน่!” เพลิงพรายครางชื่อเล่นของเขาออกมา สัมผัสจากปลายนิ้วบีบคั้นจนเพลิงพรายแทบสิ้นสติ สองมือเกาะเกี่ยวคอภาคินไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหนีจาก หยาดน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาที่หลับแน่น เพลิงพรายร้องไห้เบาๆอย่างมีความสุข
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ”
“อื ออออ”
“สวบ สวบ สวบ”
เพลิงพรายนั่งอยู่บนตัวภาคิน เรือนร่างอุ่นร้อนคลึงเคล้าความปรารถนาของอีกฝ่ายจนเขาเจ็บปวดทรมาน ทั้งสองมีแค่ผ้าบางเบาไม่กี่ผืนขวางกั้น ทุกครั้งที่ร่างกายเสียดสีกันก่อเกิดเป็นอุณหภูมิร้อนฉ่า
นิ้วเรียวยาวของเขา เคลื่อนไหวอย่างร้อนแรง แต่ไม่ว่าเพลิงพรายจะบิดตัวเร่าร้อนขอเขาด้วยการกระทำเช่นไร ภาคินก็ยังไม่ยอมส่งเขาให้ถึงที่หมาย เหงื่อเย็นๆผุดพรายขึ้นทั่วร่าง
“พูดสิว่านายต้องการฉัน นายรักฉัน แล้วฉันจะให้ในสิ่งที่นายต้องการ”
ร่างใหญ่พยายามกล่อมเธอด้วยคำพูด
“มะ…ไม่…อื้อ…ไม่มีทาง…”
เพลิงพรายพึมพำกระท่อน กระแท่นแม้จะต้องการขนาดไหนแต่เขาก็ไม่ยอมก้มหัวให้ง่ายๆ แต่เขาจะอดทนได้นานแค่ไหนกัน ปลายทางอันสวยงามรอเขาอยู่แค่เอื้อม แต่ภาคินกับใจร้ายไม่ส่งเขาไปให้ถึงฝั่งฝัน
“คิดให้ดีดีนะ เวลายังเหลืออีกเยอะ”
ดวงตาดำเสมองนาฬิกา เล็กน้อย ปรากฏเวลาเป็น19.25น. แสดงว่าเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง5นาทีเท่านั้นที่ภาคินจะเอาชนะคนใจแข็งตรง หน้านี้ได้ มือใหญ่เร่งจังหวะเร็วขึ้น ชายหนุ่มก้มลงใช้ลิ้นลากผ่านทุกส่วนของร่างกายเขาให้เสียวขึ้นไปอีก
“อือ ออ!” เพลิงพรายกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดออก ตอนนี้สมองของเขาขาวโพลง และคิดอยู่อย่างเดียวว่าถ้าไม่ได้ร่างกายตรงหน้านี้มาสนอง เขาจะต้องนอนตายอย่างทรมานอยู่บนโซฟานี่แน่นอน
“เพลิงพราย!! เวลาของนายยังเหลืออีกเยอะนะ จะทนได้เหรอ?” ภาคินพูดเสียงแหบพร่าข้างหูเพลิงพราย ก่อนมือหนาจะชะงักหยุดซะดื้อๆ ดวงตากลมมองร่างใหญ่ด้วยดวงตาปรารถนาและไม่เข้าใจ
“ทำไม? หมดเวลาแล้วเหรอ?”
“เปล่า ฉันแค่จะเปลี่ยนเงื่อนไขให้สั้นลง” ปากหนาพูดเสียงแหบพร่าอย่างเหน็ดเหนื่อย
“อะไร?”
“ฉันจะนับ1-10 ถ้านายไม่คราง ฉันจะถือว่านายชนะ”
ตอนนี้ภาคินรู้ดีว่า ถ้าปล่อยเวลาให้เดินต่อไปอย่างนี้เขาต้องพ่ายแพ้ทุกอย่างให้เพลิงพรายคนใจ แข็งแน่ จึงคิดแผนที่จะรวบหัวรวบห่างเพลิงพราย
“แต่…”
“เริ่ม…”
เพลิงพรายพยายามจะโต้ แย้งแต่มือหนาก็ไม่รอช้าเคลื่อนตัวอย่างคล่องแคล่วและร้อนแรงขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวที่เร้าร้อน เพลิงพรายต้องกัดปากตัวเองแน่น หยดน้ำใสๆไหลลงบนผิวเนื้อขาวแน่นของภาคินอีกครั้ง
“1 2 3”
“อึบ!” เพลิงพรายพยายามกลั้นสุดกำลัง แต่ดูเหมือนตอนนี้ร่างกายของเขากำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
“4 5 6” จังหวะอันคึกคักผลักให้เขาเกือบจะไปถึงจุดสูงสุด
“7 8” ภาคินพยายามกดดันเพลิงพราย จนเขาต้องจิกไปที่แผ่นหลังของภาคินจนเลือดซิบเพื่อระบายความเสียวซ่าน
“9” นิ้วเรียวเร่งจังหวะให้ร้อนแรงและหนักแน่นขึ้นไปอีก
“สะ…”
“อ่ะ อือ ออ!” เหมือนนิ้วเรียวของเขาจะไปกระตุกจุดกระเซ่าของเพลิงพราย จนเพลิงพรายต้องเผลอคลางออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาเล็กเบิกโพลงเมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่ตรงข้ามกับปากหนาที่ยกยิ้มขึ้นอย่างมีชัย
“ภะ…ภาคิน!” ร่างใหญ่ไม่รอช้า ความทรมานและความเร้าร้อนในตัวเขาปลุกอารมณ์ให้ภาคิน จับเพลิงพรายนอนลงด้วยท้วงท่าที่เหมาะสมและพอดี
“หึ! กว่าจะยอมรับ เล่นฉันเกือบตายแหนะนายเพลิงพราย” ภาคินชักนิ้วเข้าออก2-3ที ให้เพลิงพรายเสี่ยวเล่น ก่อนที่มือหนาจะอัตทานออกมาจากกางเกงตัวบางและดึงมันลงอย่างเร็ว
“อ่ะ!” ร่างเล็กเบิกตากว้างกว่าเดิม หยดน้ำใสๆไหลอาบ2แก้มเนียน เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้มันจะต้องทำให้เขาสุขสมและเจ็บ ปวดไปพร้อมๆกัน
“เพลิงพราย! ฉันรักนาย และจะไปยอมเสียนายไปให้ใครเด็ดขาด”
ภาคินกล่าวอย่างหลงใหล ก่อนที่มือใหญ่จะดึงอาภพของตัวเองออกอย่างไม่ใยดี ปากหนาซุกไซลงที่ซอกคอขาวอย่างโหยหา ก่อนที่บทรักอันร้อนแรงจะเริ่มขึ้นบนโซฟาตัวโต เพลิงพรายและภาคินหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้ง2ฝ่ายแลกบทรักกันอย่างเร่าร้อนและโหยหา จนเพลิงพรายรู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้ชายคนนี้เสียเต็มปาและจะไม่มีวันเสียเขาไป ให้กับใครอีก
อย่าลืมกลับไปเม้นตามลิ้ง»> http://writer.dek-d.com/chanajoy/writer/viewlongc.php?id=706159&chapter=16
และทันใดนั้นเองเรียวคิ้วหนาก็ต้องเลิกขึ้น ดวงตาดำขลับจ้องมองร่างบางตรงหน้าที่เดินจับสิ่งของในครัวมาอย่างช้าๆและทรมาร
ร่างเล็กในชุดบ๊อกเซอร์ตัวบางปิดเพียงส่วนนั้นบิดตัวตามแรงราคะที่พุ่งสูง ภายใน หยาดเหงื่อพุดพลุยทั่วร่างเรียกรอยยิ้มอันชั่วร้ายให้ภาคินเป็นอย่างดี
“ภะ…ภาคิน อื อออ” เสียงแหบพร่านี้ถูกส่งมาอย่างยากลำบากตามไรฟัน
“นี้นายยังไม่นอนอีก เหรอ? มันดึกแล้วน้า”ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเพลิงพรายต้องการอะไร แต่ร่างหนาก็ยังแกล้งตีหน้าซื่อทำท่าจะเดินจากเขาไป
“ชะ…ช่วยฉันด้วย”
“หะ…หืมม มม?” ภาคินปรายตามองร่างเล็กที่ล้มแผะไม่เป็นท่าบนพื้น เขายกยิ้มอย่างจงใจพรางย่อตัวลง มือหนาเชยคางร่างเล็กขึ้น
“อ้อนวอนซิ ขอร้องซิ ไหนบอกว่าจะไม่มีใครได้ซื่อชมในตัวนายไง” เพลิงพรายหลับตาแน่น หยดเหงื่อไหลตามโครงหน้าสวยแบบไม่มีท่าทีลดละ แม้ความคิดจะบอกว่าไม่ แต่ร่างกายบอกว่า ถ้าไม่ได้ร่างหนาตรงหน้ามาบรรเทาความทรมาน เขาต้องตายแน่ๆ
“หึเงียบ งั้นก็เชิญอยู่กับทิฐิของตัวเองไปละกัน หาว วว ฉันไปนอนก่อนล่ะ ง่วง” ดวงตานิลฉายแววชั่วร้าย เขาลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินจากเพลิงพรายไปอีกครั้ง
“หมับ!”
มือเล็กเอื้อมจับข้อเท้าใหญ่ไว้ ภาคินชะงักเท้าลงทันที ก่อนเรียวปากใหญ่จะยกยิ้มขึ้นอย่างมีชัย
“ดะ…ได้โปรด ภาคิน นายได้โปรด ชะ…ช่วยฉัน นน อือ ออ!”
เสียงแหบพร่าที่แทบจะ หมดแรงถูกส่งผ่านมาทางเรียวปากเล็ก ยิ่งเพิ่มโทสะให้ภาคินมากขึ้น เขายอมรับว่าร่างกายของเขาต้องการเพลิงพรายตั้งแต่ครั้งแรกที่เพลิงพรายเดิน มา แต่เขาก็แค่อยากจะลองใจเพลิงพรายและตัวเองเท่านั้น จนกระทั่งตอนนี้เหมือนร่างเสือร้ายจะถูกปลุก ภาคินรีบอุ้มร่างเพลิงพรายขึ้นมาไว้บนโต๊ะวางของในครัว
“ฉันบอกแล้วซักวันนายต้องมาขอร้องฉัน” พูดจบภาคินก็ซุกไซลงที่ซอกคอขาวเนียน เพลิงพรายเงยหน้าหลับตาพริ้มอย่างเสียวซ่าน
“ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น อือ อ” เพลิงพรายที่ยังมีสติน้อยๆกลั่นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“หึ!” ดวงตาคมฉายแววเหยียดหยาม ก่อนจะถอดเสื้อแสนรกตาออก ปากหนาพรมจูบไปทั่วตัว มือใหญ่เค้นครึงยอดอกและบีบเค้นเม็ดสีทับทิมอย่างมันมือ
“อื อออ” ลิ้นร้อนลากผ่านแผงคอระแหงมาจนถึงเรียวปากอวบอิ่ม ภาคินไม่รอช้าแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากของเพลิงพราย ลิ้นเรียวทั้งสองหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน จนมือของเพลิงพรายที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างต้องมาคล้องคอภาคินไว้ด้วย ความเสียวซ่าน
“อือ ออ! ได้โปรด อือ ออ! ทำเรย ฉันไม่ไหวแล้ว อื อออ” ดวงตานิลกระตุกเล็กน้อย แววตาฉายแววชั่วร้าย มือหนาผละจากการเค้นคลึงยอดอกลงมาดึงบ๊อกเซอร์ตัวบางลงอย่างเร็ว มือใหญ่ไม่รอช้าลูบไล้ไปตามขาอ่อนอย่างยัวยวน เรียกความเสียวซ่านในตัวร่างเล็กที่มีมากอยู่แล้วให้มากขึ้น
“อื ออออ! ได้โปรดทำมัน..ภะ..ภาคิน ได้โปรด”
“ได้! แต่นายต้องสัญญากับฉันนะว่าห้ามเสียงดัง เดี๋ยวแม่บงแม่บ้านออกมาดูกันหมด”
ภาคินเอ่ยเตือน เพราะเขารู้ดีว่าห้องพักแม่บ้านอยู่ห่างออกไปจากห้องครัวไม่ไกลนัก ร่างเล็กพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ หยดเหงื่อที่ปกคลุมใบหน้าสร้างความเซ็กซี่ให้ร่างเล็กตรงหน้าไม่น้อย
“น่ารักมาก!” มือใหญ่ครอบครองแก่นกายอวบอิ่มที่รอการปลดปล่อย เขาลูบไล้มันอยู่พักหนึ่งเพื่อเรียกความเสียวซ่าน
“ภะ…ภาคิน นน อือ ออออ! ทำเรย…อือ อออ” ร่างเล็กครางเสียงหวานเรียกอารมณ์ราคะของคนตรงหน้าให้สูงขึ้นอีก
“เริ่มล่ะนะ” สิ้นเสียงมือใหญ่ที่กรอบกุมแก่นกายของร่างเล็กก็เริ่มชักขึ้นชักลงช้าๆ
“อือ ออ เร็วอีก อื อออ เร็ว วว” ภาคินเพิ่มจังหวะขึ้นเรื่อยๆ สะโพกเล็กเด้งรับตามจังหวะการชักมือของภาคิน
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ เร็วอีก อ่ะ อ่ะ” เพลิงพรายหลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่าน
“แฮะๆ นายนี้มันร้อนแรงจริงๆ แฮะๆ”
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ เร็ว อ่ะ อือ ออ” ยิ่งเพลิงพรายคางดังมากเท่าไหร่ แกนกายของภาคินก็เริ่มขยายตัวมากเท่านั้นจนเขาเริ่มอดอัดเจือเจ็บปวด
“อ่ะ แพร๊ด ดด!” น้ำสีขาวขุ่นพวงพุ่งออกมาจากแก่นกายร่างเล็กเปรอะเปลื้อนเต็มมือหนา ภาคินลากน้ำรักขึ้นมาบริเวณหน้าท้องเล็ก เขาใช้ลิ้นร้อนเลียนมันอย่างประนีมและเชื่องช้า จนเพลิงพรายต้องเงยหน้าขึ้นอย่างอดไม่ได้ อารมณ์ราคะบวกความเจ็บปวดของแกนกายที่เริ่มขยายขึ้นจนแน่นกางเกงหนา ภาคินไม่รอช้าดึงกางเกงลง ก่อนจะเผยให้เห็นแกนกายใหญ่โตที่ตั้งชูชันขึ้น
“เมื่อกี้ฉันช่วยนายไป แล้ว คาวนี้ถึงตานายมั้งละ” ภาคินกดหัวเพลิงพรายลงอย่างลืมตัว ปากบางจ่ออยู่บริเวณแกนกายใหญ่ยักษ์ ก่อนมือหนาจะดันหัวเขาจนมิดด้าม
“สวบ สวบ สวบ”
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ ดี อ่ะ อย่างนั้นแหละดีเพลิงพราย อ่ะ อ่ะ อ่ะ”
ร่างใหญ่ครางด้วยความเสียวซ่าน
“อีกนิดเดียว อ่ะ อ่ะ อือ อ” ไม่นานน้ำรักของเขาก็ระเบิดเต็มปากของเพลิงพราย มือหนาเชยคางเล็กขึ้น ก่อนจะประกบปากลง เขาทั้งสองแลกน้ำรักกันในปากอย่างดูดดื่ม จนสติของภาคินขาดสะบั้น เขาพลักเพลิงพรายให้นอนลงอย่างเร็ว ก่อนขึ้นคร่อม ลิ้นร้อนลากผ่านลงมาเรื่อยๆจากโพรงปาก เขาล้อเล่นกับยอดอกสีหวานอยู่พักหนึ่ง ก่อนมือหนาจะยกขาเพลิงพรายขึ้น
เขาไม่รอช้าดันแกนกายของตัวเองเข้าไปในช่องทางรักทันที ทำเอาเพลิงพรางที่ยังไม่ตั้งตัวเบิกตากว้าง ความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าควบคุมร่างกาย เขาตระหนกได้ว่าเหมือนสายฟ้าฟาดฟาดเข้ากลางลำตัว
“ อ่ะ จะ เจ็บ!” เพลิงพรายบิดตัวเร่า เนื้อตัวตอนนี้สั่นสะท้านไปหมด
“ผ่อนคลายแล้วนายจะหาย อื อออ แปบเดียวเท่านั้นฉันจะพานายไปถึงสวรรค์ชั้น7 แล้วนายจะไม่มีวันลืมมันเลย อื ออออ” ภาคินเค้นเสียงแหบพร่า
“เพลิงพรายมันรัด รัดมาก” ช่องทางหวานตอดรับแกนกายเขาจนเจ็บปวดเล็กๆ แต่ภาคินก็เข้าใจดีว่านี้คือครั้งแรกของคนตรงหน้า
“ฉันเจ็บ เจ็บเหลือเกิน อือ ออ“
“ผ่อนคลาย เพลิงพราย ผ่อนคลาย อือ อ”
แก่นกายใหญ่ถูกดันจน มิดด้าม ทำเอาช่องทางสีหวานที่ไม่เคยมีใครเคยบุกลุกมาก่อนถึงขั้นฉีกขาด เลือดสีแดงสดไหลผ่านออกมา แม้มันจะเจ็บมากแต่ก็ถือว่ามันเป็นน้ำหล่อลื่นที่ดี เพลิงพรายจิกหลังใหญ่แน่นจนเกิดรอย
“อ่ะ ฉันไม่ไหวแล้วนายภาคิน อือ ออ เอามันออกไป อือ เจ็บ” แม้ร่างกายจะเจ็บแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการ ภาคินดันแก่นกายเข้าออกอย่างเน้นย้ำไปที่จุดกระเส้าของร่างบาง
“สวบ สวบ สวบ”
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ”
“ตอนนี้นายน่ารักมาก เลยรู้ไหม อ่ะ อ่ะ อ่ะ” เหงื่อกาฬไหลพลุดพุยมากขึ้น ลมหายใจหอบถี่รวมกันเป็นหนึ่ง ภาคินและเพลิงพรายปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการกระทำนี้มันรู้สึกดีและสุขสมแค่ไหน เพลิง พรายกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซิบ ความสุขสมแล่นจู่โจมเหมือนคลื่นอันบ้าครั่งจนเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรง ยิ่งแก่นกายของร่างหนากระแทกลงที่จุดกระเส่าของเขาเท่าไหร่ เพลิงพรายก็ได้แต่ครวญครางออกมาด้วยความสุขสมปนทรมาน
หยาดน้ำใสๆไหลออก จากดวงตาที่หลับแน่น เพลิงพรายร้องไห้เบาๆอย่างมีความสุข โต๊ะไม้สักอย่างดีตอนนี้เริ่มส่งเสียงดังเอียดอาดอย่างกับว่าจะถล่มลงมา
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ”
“สวบ สวบ สวบ อ่ะ สวบ”
“อีกนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น” ภาคินครางเสียงแหบพร่า ก่อนที่น้ำรักของเขาและเพลิงพรายจะถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน
“อ๊า!!!/อ๊า!!”
“สบายไหม?” ภาคินก้มลงซุกไซซอกคอขาวตรงหน้าอีกครั้งอย่างโหยหา “อือ อ ออ”
ก่อนที่ดวงตาดำขลับจะ เหลือบไปเห็นว่าดวงไฟภายในห้องคนรับใช้สว่างขึ้น ดวงตาดำเบิกโพรงก่อนจะยกร่างทั้งร่างของเพลิงพรางที่มีบางส่วนของร่างกายเขา ติดอยู่ขึ้น คิ้วเรียวขมัดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำต่อสิ…ฉันกำลัง อือ อออ!!”
“นี้นายจะเร้าร้อนไปไหน? ห๊ะ! แม่บ้านกำลังจะมาที่นี้แล้วยังจะต่ออีก อยากให้เขาดูหนังสดหรือไง?? ” ภาคินตอบเพลิงพรายที่กอดคอและขาเกี่ยวเอวเขาอยู่เหมือนลูกลิงอุรังอุตัง ก่อนมือหนาจะกวาดเสื้อผ้าทั้งหมดไว้ในมือ
“บ้า! แล้วนายรู้ได้ไง?” เพลิงพรายเสมองไปด้านหลังก่อนจะพบว่าดวงไฟภายในห้องคนใช้เปิดอยู่
“เห็นหรือยังล่ะ ว่าฉันรู้ได้ไง” เพลิงพรายพยักหน้าตอบไป ก่อนที่ร่างใหญ่จะวิ่งตรงไปที่บันไดอย่างเร็ว ตลอดทางที่ภาคินวิ่งไป เรียกความเสี่ยวซ่านให้เพลิงพรายเป็นอย่างดี
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ”
ยิ่งเวลาที่ขึ้นบันไดนั้นร่างเล็กแทบจะกรีดร้องออกมาเสียงดังไม่เป็นภาษา แต่ก็โดนมือหนาปิดปากห้ามไว้เสียก่อน
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ อุ๊ อ่ะ อายอาอิน เอ็บ อ่ะ อ่ะ อ่ะ”
เมื่อร่างทั้งสองเข้า มาภายในห้องนอนใหญ่ บทรักอันร้อนแรงก็เริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างไม่รู้จักคำว่าพอ ทั้งในห้องน้ำและบนเตียงใหญ่ รวมถึงโซฟาหรูภายภายในห้องด้วย
อย่าลืมกลับไปเม้นตามลิ้ง»> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=706159&chapter=9
“แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ สูตรนายถึงจะเริ่ม เอ๊ะ! แต่อย่าช้านะ เพราะฉันไม่ไหวแล้ว”
สิ้นเสียงภาคิน เพลิงพรายก็ลุกขึ้นมาเริ่มสูตร’เพลิงพรายบรรลัยกัลป์’ของตัวเองทันที เพลิงพรายจับภาคินที่เหลือกางเกงยีนตัวสวยมัดไว้กับเก้าอี้ในห้อง แก่นกายที่ตั้งชูชันขึ้นบ่งบอกว่าอารมณ์ราคะของคนตรงหน้า ถ้าไม่ได้รับการปลดปล่อยตอนนี้เขาต้องตายแน่ๆ
เพลิงพรายยืนห่างออกไปหลายฟุต แววตาทอประกายยัวยวน เขาเลื่อนมือลูบไล้ไปตามเรือนร่างตัวเอง ก่อนจะดึงกางเกงผ้าบางตัวสั้นลงช้าๆ เวลานี้เรือนร่างขาวผ่องที่เปล่าเปลือยปรากฏแด่สายตาภาคิน หน้าอกอวบอิ่มที่ตั้งชัน เรียกอารมณ์ราคะของภาคินเป็นอย่างดี
“ให้ตายเถอะ ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรนายตอนนี้ อย่าเรียกฉันว่าภาคิน”
ภาคินสูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์ พรางมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาปรารถนา
“รีบร้อนจริงนะเจ้านาย!”
เพลิงพรายกล่าวเสียงแหบพร่า นิ้วเรียวยาววาดไล้ไปตามแผงอกหนา ริมฝีปากแดงระเรื่อโน้มลงจุมพิตผิวเนื้อเนียนละเอียดแผ่วเบา ภาคินเงยหน้าขึ้น เสียงครางต่ำๆลอดออกมาจากลำคอ กล้ามเนื้อทั่วตัวเกร็งไปหมด กางเกงยีนขายาวที่ใส่อยู่ดูจะคับไปเสียแล้ว ความต้องการอันแข็งแกร่งของชายหนุ่มร้อนเร้าอยู่ใต้เนื้อผ้าหนาหยาบจนเขารู้สึกเจ็บปวด
“ดูเหมือนคุณจะไม่ปฏิเสธโสเภณีคนนี้ เหมือนทุกครั้งนะ”
“เพลิงพรายได้โปรด ได้โปรดแก้มัดผมเดี๋ยวนี้!”
ดวงตากลมทอประกายว่าเหยื่อกำลังติดกับ เพลิงพรายเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวท์ที่เตรียมไว้ข้างโต๊ะ ก่อนจะใช้ความเย็นของมันลากผ่านผิวหนาอย่างยัวยวน
“คุณก็รู้ คุณแสดงทีท่ารังเกียจฉันไว้มาก หึ วันเนี่ยแหละ ฉันจะแก้แค้นคุณให้หนำใจเรย”
เพลิงพรายยกแก้วไวท์ลูบไล้ไปตามเรียวหน้าภาคิน จนเขาขนลุกซู่ด้วยความเสี่ยวซ่าน
“เพลิงพรายคุณได้โปรด ได้โปรดให้อภัยผม!”
ภาคินเค้นเสียงด้วยความทรมารเหลือแสน
“งั้นเหรอ”
เพลิงพรายยกยิ้มพรางแก้วไวท์ก็แตะอยู่ที่ริมฝีปากของภาคิน ภาคินดื่มมันอย่างไม่คิดชีวิตจนหมด
“หึ…คุณนี้มันใจร้อนใช่เล่นเรยนะ!”
เพลิงพรายวางแก้วไวท์ลงไว้ที่เดิม สองมือเลื่อนไปจับเข็มขัดหนังก่อนจะปลดมันออกแล้วถอดกางเกงขายาวแสนรกตาด้วยความช่วยเหลือของอีกฝ่าย เวลานี้ร่างกายของทั้งสองเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว ต่างกันตรงที่ภาคินถูกมัดไว้ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้ เพลิงพรายใช้ปลายนิ้วสัมผัสส่วนที่นูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะลูบไล้มันผ่านเนื้อผ้า ชายหนุ่มคำรามเสียงต่ำ หยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามเนื้อตัว สัมผัสหวิวไหวทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน กล้ามเนื้อทุกมัดขึงแน่น นัยน์ตาบ่งบอกอารมณ์อยากเหลือแสน
“ให้ตายเถอะ คุณมันมารร้ายจริงๆ”
น้ำเสียงภาคินตอนนี้แทบจะคำรามออกมา เพราะมันทั้งทรมารและเจ็บปวด ดีที่ห้องนี้บุวัสดุกันเสียงอย่างดีไม่นั้นคงมีคนขึ้นมาดูแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น
เพลิงพรายหัวเราะอย่างสะใจ เขาเบียดตัวเข้าแนบชิดแล้วนั่งคร่อมลงบนตัก ความต้องการของภาคินบดลงบนความอ่อนนุ่มของเขาพอดี เพลิงพรายขยับเอวบางอย่างเชื่องช้าและจงใจ เรือนร่างพลิ้วไหวเหมือนงูเบียดบดคลึงเคล้าอยู่บนความร้อนแรงประหนึ่งเหล็กที่ถูกไฟลน
“เพลิงพราย อืออออ!”
ชายหนุ่มครางออกมาเป็นชื่ออีกฝ่ายเสียงแหบพร่าในลำคอ เขาพยายามยกเอวขึ้นเพื่อหวังแนบชิดเพลิงพราย
“นายมันอ่อนหัด! อืออ ออ!”
ร่างบางหายใจถี่ เบียดคลึงเนื้อตัวนวลเนียลเข้ากับร่างกายกำยำอย่างบ้าคลั่ง เหงื่อกาฬผุดพรายออกมาทับถมช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจทั้งคู่ประสานเป็นหนึ่งเดียว เขาส่ายเอวเป็นวงกลมอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น เพลิงพรายมอบความสุขให้ชายหนุ่มไปพร้อมๆกับทรมานเขา
เก้าอี้ไม้สักอย่างดีเริ่มจะรับน้ำหนักไม่ไหว มันส่งเสียงเอี๊ยดอาดๆเหมือนกับจะพังถล่มเพราะแรงขย่ม แผงอกแน่นเสียดสีกับยอดอกสีชมพูหวาน
“อื ออออ!”
ภาคินพยายามเอาหน้าสูดดมไปตามร่างกายเขาอย่างต้องการ ชายหนุ่มไม่เคยสัมผัสความต้องการอันเสนปวดร้าวมากขนาดนี้มาก่อน เขาคิดว่าเพลิงพรายจะรอให้ไอ่นั้นของเขาแข็งเป็นหินเรยหรือไงถึงจะทำ แต่แล้วความต้องการที่มีมากของภาคินก็แรงพอที่จะทำให้มือทั้งสองที่ต้องการจะสัมผัสเรือนร่างนี้ ขาดสะบั่นออกจากกัน
“แคว๊ก กกก!”
เพลิงพรายเบิกตากว้างอย่างตกใจ นัยน์ตาทอประกายหวาดกลัวน้อยๆ เพราะเขารู้ว่าเวลาเสือมันจะตะคุบเหยื่อ มันจะไม่รอช้า
“เป็นของฉันเถอะน่ะ ที่รัก!”
ภาคินยกยิ้มที่มุมปากน้อยๆ ก่อนจะยกตัวเพลิงพรายขึ้นมาไว้ที่เตียง
“พลั่ก..”
ตัวเพลิงพรายตอนนี้ถูกทบด้วยตัวของภาคินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เลือดในตัวภาคินดูจะร้อนแรงขึ้น เขาขบเม้มไปตามแนวแผงคออย่างแรง พร้อมกับซุกไซมันอย่างโหยหาย แต่แล้วอยู่ดีดีภาคินก็สลบเมื่อบคาแผงคอของเพลิงพราย
เพลิงพรายกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นกลัว แล้วจึงดันร่างของภาคินออก
“เฮอะ! กว่ายาจะออกฤทธิ์ ฉันเกือบตายแหนะนายรู้ไหมนายภาคิน เฮ้อ!!!”
เพลิงพรายลุกขึ้นเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ปล่อยให้ภาคินกอดหมอนแล้วนอนหลับตาพริ้มอย่างฝันเฟื้อง และเนี่ยแหละคือสูตรของเพลิงพราย ลูกค้าที่ผ่านเข้ามาหาเขาเป็นร้อยจึงไม่เคยมีใครได้แอ้มเขาจริงๆจังๆซักคน เพราะเขาใช่ยานอนหลับแบบหลอนประสาท ให้ลูกค้าที่ผ่านมากินทุกราย
เขารู้ว่าถ้าเขาไม่ทำเช่นนี้ ป่านนี้ร่างกายอันบอบบางของเขาจะเป็นอย่างไร แม้ว่าเรื่องพวกนี้แม่จะเป็นคนเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ทำไมนะ? ปกติสูตรของเขาไม่เคยมีเลยเถิดมาถึงเปลืองผ้า แต่ทำไมครั้งนี้มัน…. เอ๊ะ! หรือว่าร่างกายของเขาจะต้องการผู้ชายคนนี้มากนะ
อย่าลืมกลับไปเม้นตามลิ้ง»>http://writer.dek-d.com/chanajoy/writer/viewlongc.php?id=706159&chapter=5